ประวัติความเป็นมามวยไทย

By admin August 02, 2020

มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้จากประเทศไทย มีความโดดเด่นด้านเทคนิคการกอดคอต่อสู้ซึ่งเป็นการใช้ทั้งกายและใจ สำหรับการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ

มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวของไทยที่มีมาช้านาน และมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยัน ได้ว่า มวยไทยมีอยู่คู่คนไทยมาทุกยุคทุกสมัยแล้วศิลปะการต่อสู้และป้องกันตัวแขนงนี้ของไทยเป็นการฝึกฝนให้สามารถใช้ร่างกายทุกส่วนเป็นอาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันได้แก่ มือ ๒ เท้า๒ เข่า๒ ศอก๒ และศรีษะอีก๑ รวมเป็น๙ จึงเรียกกันว่าวิชา “นวอาวุธ” มวยไทยได้รับการสืบทอดต่อกนมาอย่างไม่ขาดสาย จนกระทั่งปัจจุบันได้เผยแพร่ไปทั่วโลก กลายเป็นที่รู้จักของนานาชาติและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในวันที่๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนมวยไทยให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมชาติ สาขากีฬาภูมิปัญญาไทยเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในคุณค่าและยกย่ององค์ความรู้ และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยและเพื่อให้ภูมิปัญญาแขนงนี้ของไทยได้รับการยกย่องส่งเสริม และเชิดชูให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะการป้องกันตัวของชาติไทยที่ไม่แพ้ใครในโลกกระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมจึงร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้มีการสถาปนา”วันมวยไทย” ขึ้น โดยได้พิจราณาข้อเสนอต่างๆ อย่างรอบคอบ ซึ่งในที่สุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้กำหนดวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น “วันมวยไทย” (วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ เป็นวันเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่๘) สมเด็จพระเจ้าเสือซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยเป็นที่ประจักษ์ คือ

๑. สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ เป็นพระมหากษัตริย์ เพียงพระองค์เดียวที่เสด็จออกไปชกมวยกับสามัญชน

๒. สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่๘ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีควาทสามารถเกี่ยวกับมวยไทยมาก ทรงคิดท่าแม่ไม้ ไม้กลมวยไทยขึ้นมาเป็นแบบฉบับเฉพาะพระองค์ เรียกว่า “มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ” และได้รับการถ่ายทอดเป็นตำรามวยไทยให้แก่คนรุ่นหลังจนถึงทุกวันนี้

๓. สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่๘ เป็นพระมหากษัตริย์ที่ใช้ศิลปะมวยไทยต่อในการปกป้องราชอาณาจักรให้รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของชาวต่างชาติ